Kemo - Kitsune : ตามรอยจิ้งจอกน้อยแห่งแดนปลาดิบ
posted on 20 Nov 2006 23:12 by laika in Lycantrophyวันนี้จะมารู้จักปีศาจจิ้งจอกแห่งญี่ปุ่นที่มักปรากฎให้เห็นอยู่ในการ์ตูนบ่อยๆเช่นนารุโตะ อินุยาฉะ ล่าอสูรกายเป็นต้น ที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาคิทซึเนะก็คือพวกที่มีเก้าหางหรือจิ้งจอกเก้าหางนั่นเอง
คิทซึเนะจัดอยู่ในพวกปีศาจ (yokai) และบางทีก็อยู่ในฐานะของเทพเจ้า (kami) คิทซึเนะมีรูปร่างหน้าตาคล้ายจิ้งจอกทั่วไปแต่ตัวมันนั้นไม่ธรรมดาเลย

--- โฮกกกกกก น่ากอด ---
ทำไมถึงได้ชื่อว่า Kitsune?
คำว่า Kitsune นี่ก็มีที่มาที่ไปหลายข้ออยู่เหมือนกันครับ สำหรับที่มาอันแรกผมก็ต้องกล่าวพาดพิงไปถึงตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่นซักหน่อย เริ่มต้นที่มีจิ้งจอกนางหนึ่งที่ได้แปลงกายเป็นหญิงสาวสวย จนมีมนุษย์ผู้ชายได้ไปตกลงปลงใจแต่งงานเข้า เสร็จสรรพมีลูกมีเต้ากันเป็นที่เรียบร้อย จนกระทั่งวันหนึ่งอยู่ดีๆภริยาจิ้งจอกดันไปโดนหมาวิ่งไล่ฟัดเข้าให้ ด้วยความตกใจเธอก็เลยเปลี่ยนร่างกลับเป็นจิ้งจอกกระโจนวิ่งหนีไปซ่อน โชคร้ายครับที่มีพยานรู้เห็นกับการเป็นจิ้งจอกจำแลงของเธอจำนวนหนึ่ง สถานะของเธอเป็นที่เปิดเผยแล้วเธอจึงมิอาจอยู่กับสามีผู้เป็นที่รักได้อีก นางจิ้งจอกจึงเตรียมเก็บข้าวของพร้อมไปยื่นใบหย่าที่อำเภอฯ ( อันหลังนี่ไม่ใช่นะครับ = =; ) แต่ด้วยรักแท้ ตัวสามีไม่ยอมให้นางจิ้งจอกไปและขอให้นางจิ้งจอกกลับมาอยู่กับตน จิ้งจอกภริยาตอบตกลง
ดังนั้นในทุกๆคืน นางจิ้งจอกจะกลับมานอนกับสามีในร่างมนุษย์และกลับเข้าป่าไปในเช้ารุ่งขึ้นในร่างของจิ้งจอก นี่เลยเป็นที่มาของชื่อ Kitsune นั่นเองครับ เพราะในภาษาญี่ปุ่นโบราณ:
kitsu-ne ที่แปลว่า come and sleep
และ ki-tsune ที่แปลว่า always comes
ในขณะที่บางกระแสเชื่อว่า Kitsune ได้มาจากการเลียนเสียงของจิ้งจอกในภาษาญี่ปุ่น (kitsu) ไม่ต้องแปลกใจหรอกนะครับว่าจิ้งจอกที่ญี่ปุ่นนู่นร้องเสียงแปลกๆเพราะขนาดไก่ของฝรั่งยังขัน cock-a-doodle-doo ได้เลย เมื่อเอามารวมกับคำว่า ne ( เสียงเน้นแสดงความรู้สึกของคำพูด เช่น きょう は いい てんき ですね!
เคียว วะ อี้ เทงคิ เดสเน่ : วันนี้อากาศดีเนอะ เป็นต้น ) จึงกลายเป็น Kitsune นั่นเอง อย่างไรก็ตามในภาษาญี่ปุ่นปัจจุบันมักเลียนเสียงจิ้งจอกเป็น kon-kon หรือ gon-gon แทน
จุดกำเนิดและบทบาทของจิ้งจอกน้อยในญี่ปุ่น
อันที่จริงแล้ว ความเชื่อเรื่องคิทซึเนะนั้นมาจากจีนและเกาหลีข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ญี่ปุ่นฮะ เข้ามาประมาณศตรวรรษที่ 5 ก่อนคริสตศักราช ชาวญี่ปุ่นชื่นชอบจิ้งจอกน้อยนี่มากครับและจับยัดใส่ในวัฒนธรรมของตัวเอง คิทซึเนะยังเข้ามาอยู่ในความเชื่อของลัทธิชินโตและศาสนาพุทธในสมัยนั้นด้วย
คิทซึเนะนั้นเป็นบริวารของ Inari เทพแห่งข้าวในลัทธิชินโต แต่นานวันเข้าคนเริ่มเข้าใจผิด คิดว่าคิทซึเนะคือตัว Inari เองและมีการสร้างศาลเจ้าให้จิ้งจอกน้อยแทนที่จะเป็นเทพ Inari อยู่บ่อยๆ
สัญลักษณ์ของเทพ Inari นั้นเราต่างก็เคยเห็นบ่อยๆในการ์ตูนหรือภาพยนตร์ญี่ปุ่น นั่นก็คือ torii ที่มีรูปภาพของจิ้งจอกสีขาวสองตัว เป็นสัญลักษณ์ทั่วไปในญี่ปุ่นที่เดินไปทางไหนก็เจอได้ง่ายๆฮะ จิ้งจอกสีขาวนี่มีชื่อว่า Myobu ครับ เหตุที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะตำนานที่ว่ามีหญิงนางหนึ่งนามว่า Shin no myobu ( เมียวบุเป็นชื่อบรรดาศักด์ ) ได้อ้างว่าเธอโชคดีได้พบกับสามีก็เพราะคิทซึเนะผู้นำสารของ Inari ดังนั้น จิ้งจอกสัญลักษณ์เลยได้ชื่อว่าเมียวบุเป็นต้นมา

--- torii หรือประตูสีแดง จากรูปเป็น torii ลอยน้ำอันโด่งดังที่ศาลเจ้า Itsukushima ครับ ---
นอกจากจะมีคิทซึเนะจำพวกเมียวบุที่เป็นจิ้งจอกในด้านที่ดีแล้วยังมี nogitsune หรือพวกคิทซึเนะป่า มักจะเป็นคิทซึเนะที่ชั่วร้าย
จิ้งจอกคิทสึเนะในตำนานหรืองานวรรณกรรมมักจะมีบทบาทเป็นปีศาจเจ้าเล่ห์มักกลั่นแกล้งผู้คนด้วยเวทมนต์หรือการแปลงกายของตน จิ้งจอกคิทซึเนะอีกด้านหนึ่งคือตัวแทนของความรักต้องห้ามอย่างเช่นตัวอย่างตำนานที่จิ้งจอกปลอมเป็นหญิงสาวแต่งงานกับมนุษย์ผู้ชายที่มีทั้งจบแบบสุขนาฎกรรมและโศกนาฎกรรม ว่ากันว่าเด็กที่เกิดมาจากจิ้งจอกและมนุษย์จะมีพลังพิเศษบางอย่าง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Abe no Seimei ซึ่งเป็นองเมียวจิที่มีชื่อเสียงโด่งดังในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่เชื่อกันว่าแม่ของเขาเป็นจิ้งจอกจำแลงชื่อ hanyō
คิทสึเนะแต่ละตัวมีคติที่ตัวเองยึดมั่นถือมั่น มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี อย่างไรก็ตามคิทซึเนะมักยึดเอาคติของมันถูกต้องเสมอ หากมีใครเผลอไปวิจารณ์ความคิดของคิทซึเนะละก็อย่าหวังเลยฮะว่าจะรอด แต่ถ้าใครปฎิบัติตามสิ่งที่คิทสึเนะยึดถือก็จะได้รับสิ่งดีๆกลับมา
จะเห็นได้ว่าบทบาทของคิทสึเนะนั้นมีทั้งในด้านดีและร้าย มีตำนานพื้นบ้านที่คิทสึเนะช่วยชาวนาไปจนถึงขโมยอาหารจากนักเดินทาง อีกสิ่งหนึ่งที่ชาวญี่ปุ่นหวาดกลัวกันมากเกี่ยวกับคิทสึเนะคือการถูกมันเข้าสิงครับซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

--- คิทซึเนะในภาพเขียนญี่ปุ่น ---
อำนาจของคิทซึเนะ
ตำนานญี่ปุ่นเชื่อว่าคิทซึเนะมีสติปัญญาสูง มีอายุยืนยาว มีเวทมนต์ที่แข็งแกร่ง คิทซึเนะยังมีอำนาจในการเปลี่ยนร่างเป็นอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเป็นเคโมะจิ้งจอก เข้าสิงมนุษย์ พ่นลูกไฟออกจากปากหรือหาง ปรากฎตัวในฝัน หรือแม้แต่การสร้างภาพหลอน หากเป็นเมียวบุก็จะมีพลังในการขับไล่สิ่งชั่วร้าย
การที่คิทซึเนะจะเข้าสิงใครซักคนนั้น (Kitsunetsuki) มันมักจะเลือกหญิงสาวเป็นหลักครับ โดยผ่านเข้าไปทางปลายเล็บหรือทางหน้าอก เหยื่อที่โดนเข้าสิงจะเริ่มมีเค้าหน้าตาออกไปทางจิ้งจอกแล้วก็มักมีอาการน้ำลายฟูมปาก เห่าหอนเหมือนจิ้งจอกในบางโอกาส ที่ตัวเหมือนมีก้อนเนื้อวิ่งเล่นอยู่ใต้ผิวหนังเป็นระยะๆ หากจิ้งจอกที่มาสิงหิวแล้วมันก็จะกระแดะกินแต่ของที่ตัวเองชอบเช่นโทฟุ (tofu) ฟองเต้าหู้ทอด (aburage) ข้าวต้มถั่วแดง? (azukimeshi) เท่านั้น หากไม่ประเคนให้ละก็ได้คลั่งบ้านแตก
เหยื่อที่ถูกจิ้งจอกสิงนี่ซวยมหาซวยครับ ไม่โดนหวดก็โดนเผาไล่จิ้งจอก โดนให้สุนัขฟัด ถ้าโชคร้ายอีกหน่อยครอบครัวของเหยื่อก็โดนตะเพิดออกจากหมู่บ้าน แถมเหยื่อที่จิ้งจอกออกมาแล้วก็ไม่อาจรับประทานสิ่งที่จิ้งจอกชอบกินได้อีก
คิทซึเนะอ่อนวัยมักจะมีปัญหาอยู่เนืองๆเกี่ยวกับการซ่อนหางเวลาแปลงกาย สิ่งที่สังเกตได้ง่ายๆว่าคิทซึเนะตัวไหนเก่งกาจหรืออยู่มาเป็นเวลานานนั้นให้ดูที่จำนวนหางของมันฮะ ยิ่งอยู่นานนับพันปีก็จะมีหางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับคิทซึเนะที่ปรากฎในนิยายมักจะมียศอยู่ที่หนึ่งหาง ห้าหาง และเก้าหางเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจิ้งจอกเก้าหาง (kyūbi no kitsune) นี่เองที่เป็นยศสูงสุดที่คิทซึเนะจะมีได้ เมื่อมีเก้าหางแล้ว ขนของมันจะเปลี่ยนเป็นสีเงิน,ขาวหรือสีทองและยังได้สกิลพิเศษ มองเห็นอดีต ปัจจุบัน อนาคตได้อีกต่างหาก ส่วนคิทซึเนะสิบหางหรือพันหางนั้นถือเป็นมารดาของเหล่าคิทซึเนะทั้งปวง

--- kyūbi no kitsune จิ้งจอกเก้าหาง ---
ในบางครั้งมีการกล่าวไว้ว่าคิทซึเนะจะดูดกลืนพลังชีวิตจากวิญญาณมนุษย์เพื่อเพิ่มกำลังวังชาผ่านการปั่มป๊ามกับมนุษย์ = =; จึงไม่แปลกที่ในตำนานจีนจะมีเรื่องของจิ้งจอกจำแลงตัวเป็นนางสนมเอกของฮ่องเต้ ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการพลังชีวิตที่ยิ่งใหญ่และควบอำนาจยึดครองประเทศในคราวเดียวกันนั่นเอง ดังนี้เองประเทศจีนจึงมองคิทซึเนะเป็นปีศาจร้ายเช่นเดียวกับ Kumiho จิ้งจอกเก้าหางของทางเกาหลีที่ชอบเดินดุ่มๆไปตามหลุมศพควักหัวใจจากศพมนุษย์มากินเป็นมื้อดึก
บางตำนานเล่าว่าคิทซึเนะแต่ละตัวจะมีลูกกลมๆที่เรียกว่า hoshi no tama หรือลูกบอลดวงดาวติดตัว ความเชื่อว่าเจ้าลูกบอลนี่เป็นแหล่งพลังงานเวทมนต์ของคิทซึเนะ ถือเป็นของรักของหวงและจุดอ่อนสำคัญ หากมนุษย์คนไหนสะสมครบเจ็ดลูกแล้วก็จะขอพรต่อเทพเจ้ามังกรได้... ล้อเล่นน่ะ หากมนุษย์คนไหนเอา hoshi no tama ของคิทซึเนะตัวใดๆมาได้ ก็จะสามารถบังคับให้จิ้งจอกตัวนั้นทำสัญญาอะไรก็ได้เพื่อที่มันจะได้เอาลูกแก้วกลับคืนมาเป็นของตน
พูดถึงจุดอ่อนแล้ว พวกอินุหรือสุนัขจัดเป็นศัตรูตัวฉกาจของจิ้งจอกคิทซึเนะเลยทีเดียว ทันทีที่จิ้งจอกน้อยเห็นสุนัขเมื่อไหร่จะตกใจกลัว หากมันกำลังแปลงกายเป็นใครก็ตามก็จะกลับคืนสู่ร่างจิ้งจอกและรีบหนีไปทันที และเช่นเดียวกับปีศาจญี่ปุ่นทั่วไป คิทซึเนะจำต้องรักษา 'ชื่อจริง' ของมันเอาไว้ มิเช่นนั้นอาจจะถูกพวกนักปราบปีศาจหรือพวกองเมียวจินำชื่อไปใช้เพื่อบริกรรมคาถากักตัวไม่ให้คิทซึเนะเคลื่อนไหวหรือเพื่อกำจัด
เรื่องราวของคิทซึเนะแห่งญี่ปุ่นก็เอวังด้วยประการฉะนี้~ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เขียนคิทซึเนะที่จีนกับเกาหลีรึเปล่าแต่คราวหน้าจะพยายามไม่เบี้ยวเรื่อง Werewolf ภาคต่อละ คอยติดตามเน้อ


แหละไลกิ เดี๋ยวผมจะไปดูว่าหน้าเหมือนรึเปล่า(มันต้องเหมือนสิ) ไอ้ที่ว่าเห่าหอนนี่มันกระแทกนา ทำอยู่ทุกวันๆไหนไม่ทำก็ลงแดงตาย ของทอดความจริงก็อร่อย
ว่าแต่อุด้งนี่มันของทอดรึเปล่าน้า~
ปล.ลูกสีฟ้าๆนั่นมันไม่ใช่วิญญาณเหรอ
รักไลกิ นะ ฮับ
#1 By Blacky 九尾 の 狐 (203.209.102.43) on 2006-11-21 00:03