หลายๆคนที่แวะเข้ามาชมบล็อกหลังจากเปลี่ยน Theme คงจะมองเห็นเซ็ทซึนะมาสถิตอยู่แบนเนอร์ข้างบนมาซักระยะนึงแล้ว ซึ่งก็เพราะว่าเจ้าหนูเซ็ทจังมันน่ารักดีนั่นเอง (เอิ๊กๆ) อันที่จริงแล้วกำลังติด Gundam OO ต่างหาก (แต่เซ็ทจังมันก็ดูดีกว่าสามตัวที่เหลือล่ะน่า...)

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันดีกว่า... World Conflicts in Gundam OO นี้จะเป็นบทความชุดความยาวไม่แน่ชัดที่ (พยายาม) จะเกาะติดเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ปรากฎภายในเรื่องมาโยงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน ความลึกตื้นของข้อมูลนั้นก็แล้วแต่ความสะดวกของผู้เขียนจะอำนวย

เนื่องด้วยแต่ละฝ่ายที่ขัดแย้งกันนั้นย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเอง ผู้เขียนจึงพยายามจะเขียนให้เป็นกลาง (เหน็บแนมบ้างพอกล้อมแกล้ม) ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณในการอ่าน ออกตัวก่อนว่าข้อมูลที่ผู้เขียนค้นคว้ามาเขียนอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ หากท่านผู้อ่านทราบถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ขอกรุณาได้โปรดท้วงติงเนื้อหาด้วยนะครับ


ระวัง! บทความนี้ Spoil เนื้อหา Gundam OO ถึงตอนที่ 4


อย่างที่ได้มีการอธิบายในอนิเมถึงข้อพิพาทระหว่างชาวทมิฬซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศกับชาวสิงหลซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่บนเกาะ Ceylon ซึ่งเป็นชื่อที่ชาวไทยไม่ค่อยคุ้นนัก แต่เราจะรู้จักในชื่อของประเทศศรีลังกาซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย



ถ้าจะย้อนเล่าไปถึงความขัดแย้งว่าเกิดขึ้นตอนไหนนั้นก็ต้องย้อนอดีตไปยาวเลยครับ เริ่มตั้งแต่ในอดีตกาลที่ชาวสิงหลซึ่งนับถือพุทธศาสนาและชาวทมิฬซึ่งนับถือศาสนาฮินดู ความขัดแย้งทั้งทางเชื้อชาติและศาสนาทำให้มีสงครามกระจายตัวอยู่ในทั้งศรีลังกาตอนบนและอินเดียตอนใต้ เรื่องราวของทั้งสองห้ำหั่นนั้นก็ปรากฏอยู่ในรามยณะหรือรามเกียรติ์ ถ้าจะเล่าเพิ่มเติมก็คงยาว (ขี้เกียจค้นมาเขียนนั่นเอง) จึงขอละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ ไปหาอ่านเอาเอง ข้ามไปยุคล่าอาณานิคมเลยละกันนะ

ช่วงที่อังกฤษเข้ามาแทนที่ฮอลแลนด์ในการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของศรีลังกานั้น คณะมิชชันนารีได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้บริเวณที่อยู่อาศัยของชาวทมิฬ (เมือง Jaffna) มากมายทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ทำให้ชาวสิงหลซึ่งอยู่พื้นที่ส่วนอื่นของเกาะก็เร่มเขม่นนิดๆละ ทางตอนเหนือของศรีลังกาซึ่งก็คืออินเดียในตอนนั้นก็เป็นของอังกฤษเช่นกัน ชาวอังกฤษผู้รักการดื่มชาก็ขนแรงงานชาวทมิฬจากอินเดียลงมาปลูกชากันที่ศรีลังกาให้เพียบ เอาล่ะ ตอนนี้เราก็มีทมิฬลังกาดั้งเดิมทางตอนเหนือของเกาะ ทมิฬอินเดียอิมพอร์ทที่อยู่อย่างยากจนทางตะวันออก และสิงหลที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ

หลังศรีลังกาได้มีรัฐบาลชุดแรก ท่านนายกก็จั่วนโยบายริบสิทธิพลเมืองทมิฬอินเดียบนเกาะเสียสิ้น เป็นธรรมดาครับที่หลังจากศรีลังกาได้รับอิสรภาพการเมืองก็ขลุกขลักพอดู ยิ่งความต่างทางเลือดเนื้อเชื้อไขนี้เป็นอุปสรรคทีเดียวในการร่วมมือทางการเมือง กว่าจะสงบได้ก็ยุคปี 60 นายกหญิง Sirimavo Bandaranaike เซ็นสัญญาร่วมมือกับอินเดียสุดเฉียบส่งทมิฬพลัดถิ่นกลับคืนสู่แดนเกิดกว่าหกแสนคน อีกสามแสนเจ็ดหมื่นห้าพันได้สิทธิพลเมืองคืน



ระหว่างนั้น รัฐบาลสังคมนิยมชาวสิงหลนี้เองก็แอบเนียนใช้กลยุทธกลืนวัฒนธรรมส่งพลเมืองสิงหลเข้าไปในเขตที่อยู่อาศัยชาวทมิฬมากขึ้น จนในปี 1956 กฎหมายเบียดเบียนชาวทมิฬก็ออกมาให้เห็นชัดเมื่อเนื้อหาเปลี่ยนภาษาราชการเป็นภาษาสิงหลแทนที่ภาษาอังกฤษ ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกประท้วงโดยชาวทมิฬ และภาษาอังกฤษเองก็ยังเหมาะสมเป็นภาษาราชการในทางปฎิบัติ ร่างกฎหมายนี้ชื่อ Sinhala Only Act

เมื่อชาวทมิฬฮึดฮัดกับกฎหมายนี้ ชาวสิงหลก็เริ่มไม่พอใจ เริ่มก่อจราจลทำลายทรัพย์สินและทำร้ายชาวทมิฬ ทุกอย่างเลวร้ายขึ้นเรื่อยโดยที่รัฐบาลชาวสิงหลนั้นแทบไม่ได้ทำอะไรเลย ทุกอย่างจบลงเมื่อมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน พรรคชาวทมิฬโดนยุบ ชาวทมิฬเสียชีวิตไปกว่าสองร้อยคน อีกสองหมื่นกว่าอพยพไปกองกันที่ Jaffna ทางเหนือสุดของเกาะ

สิ่งที่สร้างความโกรธแค้นให้ชาวทมิฬมากขึ้นก็เห็นจะเป็นการที่รัฐบาลศรีลังกาเปลี่ยนชื่อประเทศจาก Ceylon มาเป็น Sri Lanka ในปี 1970 อันเป็นชื่อดั้งเดิมในภาษาสิงหล ความแตกแยกระหว่างทมิฬและสิงหลจึงเพิ่มมากขึ้น

และความขัดแย้งในตรงจุดนี้เองที่ Gundum OO ได้หยิบเอามาเล่าครับ ว่าถ้าหากว่าในอีก 300 ปีถัดมาสงครามแบ่งแยกเชื้อชาติในศรีลังกายังไม่จบแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง สถานการณ์ในปี 2307 ก็คือ Human Reform League ได้ให้การหนุนหลังชนกลุ่มน้อยชาวทมิฬโดยมีเบื้องหลังที่จะรับรองความปลอดภัยของท่อส่งพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของพวกเขา ซึ่งทำให้ความขัดแย้งในศรีลังกาเพิ่มมากขึ้นและเหล่านักบินกันดั้มก็ได้รับภารกิจให้เข้าแทรกแซงและหยุดสงครามที่กำลังเกิดขึ้นด้วยกำลัง



โมบายยูนิทที่ใช้ของฝั่ง HRL ก็คือ MSJ-06II-A Tieren สีเขียวส่วนทางฝั่งกองทัพทหารศรีลังกาคือ Anf สีเหลือง สถานการณ์รบในเรื่องนั้นทางฝั่งกองทัพศรีลังกากำลังพ่ายแพ้ จนกระทั่ง Celestial Being เข้ามาทำให้ทั้งสองปราชัยกันอย่างเท่าเทียม ในตอนที่สามนั้นมีการออกปฏิบัติการแทรกแซงที่ศรีลังกาของ Exia อีกครั้งหนึ่ง ทาง HRL ได้ประกาศต่อต้าน Celestial Being ที่เข้ามาแทรกแซงทางการทหาร ทำให้มีทหาร HRL เสียชีวิตไป 148 นาย

ย้อนกลับไปในโลกแห่งความเป็นจริงกันอีกทีครับ คราวนี้เราจะมาพูดถึงกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใหญ่ของชนกลุ่มน้อยชาวทมิฬที่ปฏิบัติการแบ่งแยกดินแดนในศรีลังกาซึ่งมีชื่อเรียกว่า The Liberation Tigers of Tamil Eelam (LTTE) หรือในชื่อภาษาไทยที่เราได้ยินบ่อยๆในทีวีก็คือ กลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ก่อตั้งขึ้นโดย Velupillai Prabhakaran ตั้งแต่เขาอายุได้ 21 ปีและยังคงเป็นผู้นำปัจจุบันของ LTTE เป้าหมายของกลุ่มก่อการร้ายนี้คือการแบ่งแยกดินแดนทางภาคเหนือภาคตะวันออกของศรีลังกาตั้งเป็นรัฐอิสระของชาวทมิฬ



ในครั้นเริ่มก่อตั้ง LTTE ในปี 1975 ก็เป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดนกลุ่มหนึ่งในหลายๆกลุ่มที่มีเป้าหมายและอุดมการณ์เช่นเดียวกัน LTTE เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นเมื่อทำการลอบสังหารนายกเทศมนตรีประจำเมือง Jaffna ทางตอนเหนือสูงสุดของเกาะ LTTE ก็เหมือนกับกลุ่มอื่นๆที่ได้เงินสนับสนุนจากอินเดียในปฎิบัติการต่างๆ โดยเฉพาะในสมัยของนายกรัฐมนตรี Rajiv Gandhi ของอินเดียเข้ามามีอำนาจ LTTE ได้กำจัดตัวหารเงินสนับสนุนนั่นคือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนกลุ่มอื่นๆให้พ้นทางและขึ้นเป็นกลุ่มทหารต่อต้านที่ใหญ่ที่สุดในศรีลังกา สำหรับ The Human Reform League ที่ถือหางชนกลุ่มน้อยนี้ก็คล้ายๆกับอินเดียในสมัยนั้นล่ะครับ ล้วนมีผลประโยชน์ทับซ้อนบ้างไม่มากก็น้อย

ในปี 1987 อินเดียและศรีลังกาได้ทำสนธิสัญญาที่มีเนื้อหาให้เอกราชแก่ชาวทมิฬและส่งกองกำลังรักษาความสงบเข้ามาควบคุมสถานการณ์หลังจากที่กองทัพศรีลังกาได้เริ่มปฎิบัติการยึดเมือง Jaffna คืนจาก LTTE ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนไปมากมาย แต่ทาง LTTE ไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวและเปิดฉากต่อสู้กับทั้งกองกำลังทหารอินเดียและศรีลังกาจนกระทั่งอินเดียยอมถอนกำลังไปในปี 1990 จากคำขอของรัฐบาลศรีลังกา



จากการถอนกำลังของทหารอินเดียนี้เองที่ทำให้เกิดความสงบระหว่าง LTTE และรัฐบาลศรีลังกาได้ระยะหนึ่ง LTTE ได้เข้าร่วมการเลือกตั้งในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ด้วยความกลัวที่จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งนี่เองทำให้ชนวนประทุขึ้นอีกครั้ง LTTE เปิดฉากต่อสู้กับรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ตามด้วยการลอบสังหารอดีตนายกฯ Rajiv Gandhi ในปี 1991, การสังหารหมู่ใน Palliyagodella ที่มีผู้เสียชีวิตราวสองร้อยคนซึ่งมากที่สุดในประวัติการก่อการร้ายของ LTTE และการลอบสังหาร Ranasinghe Premadasa ประธานาธิดีแห่งศรีลังกาในปี 1993 แม้ว่าจะมีการเปิดรอบเจรจาระหว่าง LTTE กับศรีลังกากันหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จผล ยังคงมีการต่อสู้ประปรายและมีการก่อการร้ายเรื่อยมาจนปัจจุบัน

ระเบิดพลีชีพจัดเป็นอาวุธหลักของ LTTE ที่ดำเนินการโดยหน่วย Black Tigers ถูกใช้ในการระเบิดสังหารหมู่และเพื่อการลอบสังหารบุคลสำคัญ สำหรับแหล่งเงินส่วนใหญ่ของกลุ่มจะได้มาจากการปล้นสะดมเรือไปจนถึงการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ จนจวบปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตในความขัดแย้งระหว่างชาวทมิฬและสิงหลตั้งแต่ปี 1983 แล้วกว่า 68,000 คน

ในฐานะที่เราเป็นเมิตรประเทศก็หวังไว้ว่าสงครามกลางเมืองระหว่าง LTTE กับรัฐบาลศรีลังกาจะจบลงในเร็ววันไม่ยืดเยื้อไปอีก 300 ปีข้างหน้าอย่างใน Gundam OO นะครับ พบกันคราวหน้าผมจะหยิบส่วนไหนมาเล่าก็คอยติดตามกันน่อ ^_^

Comment

Comment:

Tweet

ข้อมูลสุดยอดถ้าไม่ได้อ่านก็คงไม่ค่อยเข้าใจ

#7 By AkiRa (117.47.236.127) on 2008-10-15 12:35

เปงการ์ตูนเรื่องแรกที่เราชอบพระเอกของเรื่องนะเนี่ย หุหุหุ

#6 By คุคิคุคิ (125.26.86.31) on 2008-09-09 18:50

บล๊อคไล้ก้าหรอเนี่ยย เพิ่งรู้ เหอๆๆ

เรื่องมานน่าปวดหัวจิง ๆ แหละ แง่มๆ

#5 By shotacon on 2008-01-29 21:35

เรื่องจริงครับผม จะปนเกี่ยวกับเรื่องของการตูนในย่อหน้าบนกับล่างของรูปคู่หุ่นสีเขียวกับน้ำตาลเท่านั้นครับ

ข้อมูลส่วนใหญ่จะแปลจาก wikipedia ครับผม

#4 By ไลก้าคุง on 2008-01-21 23:00

เอ่อ เรื่องที่พิมมาคือ เรื่องจริงของสงครามในศรีลังกา ใช่ป่าวคะ คือ เราจะเอาไปทำรายงานเรื่องสงครามในศรีลังกาอ่าคะ

ไม่ทราบว่า เจ้าของบลอค อ้างอิง ข้อมูลมาจากไหนอีกทีรึป่าวคะ ? ขอบคุนคะ

#3 By ^o^ (58.8.105.221) on 2008-01-21 21:44

อยากได้เยอะๆๆ กว่าเนี่ย...

#2 By (125.24.148.42) on 2007-11-28 10:15

ภาคนี้พูดเรื่องการเมืองกันทีปวดหัวเลยล่ะค่ะ
คนเขียนบททำการบ้านมาดีจริงๆ โยงกับโลกยุคปัจจุบันเยอะด้วย แต่หลังๆหวังว่าจะไม่เผานะ = ='

นอกจากเซทคุง คุณพี่ล็อคออนหัวหน้าทีมก็ดูดีนะคะ cry cry

#1 By ::Materia Hunter:: on 2007-11-06 20:15

ไลก้าคุง View my profile