Diablo III - First Look

posted on 30 Jun 2008 17:40 by laika  in Lex-Game
          เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง เวลาเกือบๆเที่ยงคืนที่ผมได้รับข่าวเกี่ยวกับเกมเปิดตัวล่าสุดจากงาน Blizzard's Worrldwide Invotational 2008 ที่ปารีส เกมที่ว่านี่เองทำเอาผมลืม Starcraft II ที่ใกล้คลอดออกมาแล้วไปเสียสนิท เตรียมบริหารข้อนิ้วชี้ของคุณให้ดี... เพราะ Diablo เค้ากลับมาแล้ว!



          ตอนเช้านี้เองที่ผมเพิ่งโหลดตัว GamePlay Trailer 20 นาทีเต็ม กว่า 800Mb เสร็จสิ้น ก่อนที่จะดูและเขียนพรีวิวตัวนี้ ภาพที่ได้เห็นนั้นคุ้มค่าทีเดียวกับการที่ผมต้องเปิดคอมโหลดทิ้งไว้ 1 คืน ในวันนี้เมื่อแปดปีก่อนที่ Diablo II ได้ออกวางจำหน่าย กลับมาคราวนี้ Diablo III ดูแปลกตาไปจากภาคๆก่อนเสียอีก



          Trailer เริ่มด้วยตัวละครจอมอึดอย่าง Barbarian ที่กลับมาให้ได้เล่นอีกครั้ง หลังจากที่เขาเดินลึกเข้ามาในดันเจี้ยนก็พบกับการจู่โจมของฝูงมอนสเตอร์ที่ล้อมกรอบเข้ามาทุกทิศทาง ตรงนี้เองแสดงให้เห็นศักยภาพของสภาพแวดล้อมตัวเกมที่เป็น 3D เต็มที่และยังคงมุมมองไอโซเมตริกฟิกไว้อยู่ที่เดิม แบคกราวนด์ที่เป็นแบบไดนามิคทำให้สภาพแวดล้อมมีชีวิตชีวามากกว่าแต่ก่อน เหล่าปีศาจไต่ผนังขึ้นมาโจมตีบาร์บาเรี่ยนของเราที่สนุกสนานกับการฟันและกระทืบส่งเจ้าพวกโชคร้ายปลิวหล่นลงไปจากสะพานหิน ไม่นานนักฝูงปีศาจก็หายไปจากหน้าจอพร้อมกับซากที่เหลือจางหายไปกับพื้น ผมหวังว่าตัวเกมเต็มคงมีฟังก์ชั่นไว้เลือกให้เหลือซากศพพวกนี้อยู่นะ แบบว่ามันน่าประทับใจมากเลย แม้ว่ามันคงจะกินทรัพยากรเครื่องไปไม่น้อยก็เหอะ



          โฆษกกล่าวถึงระบบควบคุมที่เอื้อเฟื้อให้คุณมีแค่เมาส์อย่างเดียวก็สามารถเล่นได้อย่างเต็มที่  ช่องเข็มขัดเก็บขวดยาถูกแทนที่ด้วยช่องเก็บสกิลให้เลือกใช้  ในภาคหนึ่งและสองนั้น ระบบ Inventory จะมีความจุเป็นแบบจำนวนช่องแต่ในตัวเกมที่เราเห็นอยู่นี่จะเป็นการเก็บของเป็นชิ้นๆต่อช่องไป ตรงส่วนของอาวุธก็มีการพัฒนาเช่นกัน Axe of Storms ใน Diablo II อาจจะเป็นขวานที่มีใบขวานสีฟ้า แต่ในภาคใหม่นี้ขวานพลังธาตุดูน่าถือไม่ใช่เล่นทีเดียวเมื่อมันมีประกายไฟฟ้าแลบออกมาจากตัวอาวุธด้วย สภาพแวดล้อมในเกมก็สามารถทำลายได้มากขึ้น และยังเพิ่มความลึกให้กับตัวเกมได้อีกเมื่อบาร์บาเรี่ยนของเราถล่มกำแพงหินให้หล่นลงมาทับฝูงซอมบี้จนแหลกเหลว ท่าสุดประทับใจอย่าง Whirlwind ก็กลับมาหมุนใส่ซอมบี้ที่ตัวขาดครึ่งไปแล้วยังคลานครืดๆมาหาเราอีก โอ้ว... ถ้าเกมออกมาเมื่อไหร่ผมคงได้เล่นเจ้าอึดนี่เป็นตัวแรกแน่ๆ



          ในนี้เราจะพบตัวละครคลาสสิกอย่าง Deckard Cain ที่อยู่ทนมาจนถึงภาคนี้ เสียงพากษ์ก็ยังเป็นคนเดิมและที่สำคัญคือปู่แกก็มาวิ่งตามเราในพื้นที่ต่อสู้เป็นครั้งแรกด้วย เราจะต้องพา Cain กับพลธนูอีกสองออกไปจากที่นี่ ระหว่างทางก็ได้เจอโครงกระดูกถือโล่ที่บอบบางอย่างยิ่งหากจู่โจมทางด้านหลังของมัน ตามมาด้วยการปรากฏตัวของปีศาจระดับ Unique ที่เกิดจากการทำพิธีบูชายัณ แม้ตัวมันจะใหญ่กว่าบาร์บาเรี่ยนสองสามเท่ากับอาวุธที่ทุบกะโหลกเพื่อนพลธนูเราลงไปนอนอย่างง่ายดายแต่ก็หยุดความพริ้วของบาร์บาเรี่ยนไม่ได้



          ถัดมาจะเป็นการสาธิตคลาสใหม่ที่ชื่อว่า Witch Docter ที่โฆษกให้นิยามว่ามันมีความสามารถในการควบคุมเชื้อโรค,ซัมม่อนสัตว์ร่วมรบรวมไปถึงควบคุมจิตใจศัตรู คาถาแรกที่ Witch Docter โชว์ศักยภาพให้ได้เห็นคือฝูงโลคัสต์ที่กัดกินซอมบี้ทั้งเป็นจนเหลือแต่กระดูก ฝูงแมลงคลั่งเหล่านี้ยังสามารถลามไปจู่โจมศัตรูข้างๆได้อีกเมื่อมันเสร็จกิจกับตัวแรกแล้ว พ่อหมอเราเสกสัตว์ประหลาดที่ชื่อ Mongrel ออกมาสองสามตัวซึ่งสามารถเพิ่มอำนาจการจู่โจมของมันด้วยคาถา Locust นั่นคือ ศัตรูที่โดนมองเกรลกัดไปยังจะได้ฝูงแมลงกัดเป็นของแถมด้วย มองเกรลยังทำประโยชน์อย่างอื่นได้อีกอย่างเช่นสั่งให้มันระเบิดกลางวงล้อมศัตรู



          คาถาของพ่อหมอที่ยกมาโชว์ยังมีอื่นๆอีก ได้แก่ Horrify ซึ่งทำให้ปีศาจรอบๆวิ่งหนีเตลิด, Mass Confuse ที่ทำให้ศัตรูโจมตีกันเองก่อนที่ตัวเองจะโยนลูกไฟเข้าไปปิดบัญชี รวมไปถึงเวทย์มนต์พิสดารอย่าง Wall of Zombies เราอาจจะเคยเห็นกำแพงไฟ กำแพงน้ำแข็ง กำแพงกระดูก แต่ไม่เคยเห็นกำแพงซอมบี้นี่แน่ๆ มันทำให้ศัตรูที่วิ่งถามโถมเข้ามาชนถูกฉีกทึ้งการเป็นเศษเนื้ออย่างกับเครื่องบดยังไงยังงั้น ตัวเกมปิดท้ายด้วยการต่อสู้กับปีศาจระดับบอสร่างยักษ์ที่มองไม่เห็นโอกาสจะชนะเลยถ้ามาคนเดียว การต่อสู้กินเวลาไปพักใหญ่แล้วพี่เบิ้มก็ล้มลง หลังจากตายก็ไม่เลิกสร้างปัญหา ทิ้งกองพันกระดูกฝูงใหญ่โอบล้อมพ่อหมอและบาร์บาเรี่ยนหญิงที่ยังรอดอยู่ หน้าจอมืดดับไป GamePlay Trailer 807Mb จบลงตรงนี้



          Diablo III รองรับการเล่นแบบ Co-op ซึ่งสูงสุดถึง 8 คน ตัวละครคลาสต่างๆ 5 คลาส... น่ากลัวว่า Necromancer คงตกงานไม่มาโผล่ในภาคนี้แน่ในเมื่อมี Witch Docter แล้ว และในแต่ละคลาสนั้นผู้เล่นสามารถเลือกเพศชายหญิงได้ตามต้องการ ผมว่ามันควรจะมีมาตั้งแต่ Diablo II แล้วนะ

          ใน Diablo III ผู้พัฒนาพยายามเข้าหาทางด้านเนื้อเรื่องหรือเข้าหาความเป็น "RPG" มากกว่าครั้งก่อนๆ อย่างที่เรารู้กันว่าระบบสุ่มแผนที่ในเกม Diablo ภาคก่อนๆช่วยทำให้เรากลับมาเล่นซ้ำได้มากแค่ไหน ในคราวนี้ยังจะมีสคริปต์หรือเหตุการณ์เฉพาะที่สุ่มขึ้นมาอีก ผู้พัฒนายังวางแผนไว้ถึง Side Quest ที่แต่ละคลาสอาชีพจะได้รับไม่เหมือนกัน ทำให้คุ้มค่าที่จะกลับมาเล่นใหม่ได้เรื่อยๆ เนื้อเรื่องในภาคนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในภาคสองกว่า 20 ปี Deckard Cain (อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย...) เชื่อว่ามีพลังจากนรกกำลังเข้าคุกคามดินแดน Sanctuary และดูเหมือนว่าจะเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องเข้ามาจัดการ คำถามตอนนี้ก็คือทำไมนรกถึงขึ้นมาบุกโลกและเกิดอะไรขึ้นกับ Tyrael เทวดาที่ฝ่าฝืนบัญญัติสวรรค์มาช่วยมนุษย์และได้ทำลาย Worldstone? เรื่องราวเหล่านี้จะถูกเปิดเผยในเกมภาคต่อหรือไม่ก็ต้องติดตามกันต่อไป



          Leonard Boyarsky หัวหน้าเวิร์ลดีไซนเนอร์ของเกม ได้กล่าวถึงสิ่งที่เราจะได้พบใน Diablo III คือสิ่งที่ยังไม่ถูกค้นพบในเกมภาคก่อนและประวัติเรื่องราวในโลกของ Diablo ให้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นเมือง Caldeum ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหม่ที่เราจะได้พบในภาคนี้ เป็นศูนย์กลางการค้าและวัฒนธรรมในโลกของ Diablo, เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของ Skovos บ้าน เกิดเมืองนอนของ Rogue และ Amazon และแน่นอนว่า RPG ที่ดีนั้นนอกจากเนื้อเรื่องที่ดีแล้วยังต้องมีตัวละครที่ลุ่มลึก ในภาคนี้ NPC จะมีอะไรที่มากไปกว่าบอลลูนเครื่องหมาย ! ลอย อยู่บนหัว และการที่ตัวละครของเราสามารถตอบสนองเป็นบทสนทนาได้

          สุดท้าย... เราจะได้เล่น Diablo III กันเมื่อไหร่...

          "เมื่อมันเสร็จ" สั้นๆง่ายๆจากค่าย Blizzard ที่ไม่เคยหลุดเกมห่วยๆมาให้เราเล่นและคุณภาพที่ชวนตะลึงทุกครั้งที่เกมใหม่ๆออกมา เทียบกับมาตรฐานแล้ว ตอนนี้จะยังเร็วไปที่จะรอมันด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น อ่านพรีวิวนี้เสร็จแล้วก็รีบลืมๆ Diablo III ไปซะ ยิ่งไปคิดถึงมันก็ยิ่งทรมาน... ให้ตายสิ เอา Starcraft II ออกมาให้ได้เล่นก่อนเถอะ

Media
Diablo III Gameplay Trailer Part 1
Diablo III Gameplay Trailer Part 2

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมตามข่าวนี้อยู่เหมือนกัน

ภาคนี้ระบบการเล่นเหมือน warcraft 3 + wow ส่วนบรรยากาศยังคงเป็น diablo มันจะมืด ๆ ขลัง ๆ ขนลุก

#1 By ball on 2008-07-11 14:49

ไลก้าคุง View my profile